Latest Post

จัดสวนหน้าบ้าน บ้านสามชั้นหลังคาจั่ว บ้านฟาซาดอิฐแดง บ้านกระท่อมเมทัลชีท

บ้านแฝดสไตล์นอร์ดิก สวยหรู ดูทันสมัยน่าอยู่มากๆ

บ้านแฝดสไตล์นอร์ดิก (Nordic House Style) เป็นรูปแบบบ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรม ของยุโรปตอนเหนือ ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์บ้านที่กำลังเป็นที่พูดถึงมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะใครที่ หลงใหล ตกหลุมรัก บ้านดีไซน์สวย เรียบง่าย และชวนผ่อนคลาย รวมถึงการออกแบบที่เหมาะสมกับ

ผู้อยู่อาศัย Nordic House Style นั้นคือ สไตล์บ้านในฝันของหลายๆ คนหลงใหล และกำลังมองหาอยู่แน่นอน ซึ่งบ้านแนวนอร์ดิกจะมีเอกลักษณ์ในเรื่องของความอบอุ่น เรียบง่าย เน้นความโปร่งโล่ง และมีจุดเด่นก็คือรูปทรงฟาซาดที่มีลักษณะเป็นจั่วห้าเหลี่ยม

เป็นสไตล์บ้านแถบคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย โดยประเทศที่อยู่ในกลุ่มนอร์ดิก ได้แก่ สวีเดน, ฟินแลนด์, ไอซ์แลนด์, นอร์เวย์ เดนมาร์ก และเกาะกรีนแลนด์ บ้านแนวนอร์ดิกจะมีเอกลักษณ์ ในเรื่องของความอบอุ่น เรียบง่าย

เน้นความโปร่งโล่ง และมีจุดเด่นนั้นก็คือรูปทรงแบบจั่วคล้ายกับโรงนาในยุโรป เน้นความเป็นธรรมชาติของสีและวัสดุอุปกรณ์ รวมไปถึงประโยชน์ใช้สอยมากกว่าความสวยงาม การออกแบบบ้านสไตล์นอร์ดิก จึงมักมีด้านที่เป็นกระจกช่วยเพิ่มแสงสว่างและความอบอุ่น

ปัจจุบันบ้านสไตล์นอร์ดิกได้มีการประยุกต์และผสมผสาน กับ ทั้งสไตล์มินิมอล สไตล์โมเดิร์น สไตล์ลอฟต์ปูนเปลือย หรือจะไปแนวสไตล์หรูหรา ก็เป็นที่นิยมอย่างมาก

สไตล์นอร์ดิกโทนดำ

บ้านสไตล์นอร์ดิก ให้ความสวยหรูยกกำลังสอง

ออกแบบเป็นบ้านสไตล์สแกนดิเนเวียสองชั้นหลังคาจั่วสูงในบริเวณปลายทั้งสองด้าน ส่วนตรงกลางเป็นอาคารชั้นเดียว ที่เป็นศูนย์กลางการใช้งานส่วนรวมหลัก ๆ มีช่องว่างที่เป็นห้องผิงไฟที่มีผนังระแนงเปิดสร้างความเชื่อมต่อระหว่างในร่มและกลางแจ้ง ทั้งบ้านห่อหุ้มด้วยไม้ในท้องถิ่นที่อบอุ่น และโทนสีที่สร้างความรู้สึกสงบตั้งแต่แรกเห็น

ทางเข้าหลักที่ทำมุมเฉียง ๆ ก่อด้วยอิฐทาสีขาวตัดกับกรอบสีดำ ช่วยให้มองเห็นมุมของถนนและเป็นจุดพักก่อนเข้าบ้านที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนตัว ด้านหน้าแต่ละห้องจะมีระเบียงสำหรับให้เจ้าของห้องออกมาชมทิวทัศน์ของทะเลสาบที่อยู่ใกล้เคียง บ้านจัดสรร

ให้ธรรมชาติคือทุกคำตอบ คุณสมบัติที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์นอร์ดิกหรือสแกนดิเนเวียนคือ การเลือกใช้ไม้เป็นวัสดุโครงสร้างและตกแต่งภายใน เนื่องจากตัวบ้านออกแบบไม่มีชายคา ผนังบ้านภายนอกในส่วนที่เป็นไม้จึงต้องเลือกไม้ที่มีคุณสมบัติทนทาน

ต่อสภาพอากาศและความชื้น อาทิ ไม้ซีดาร์ และวิธีการถนอมไม้ด้วยไฟที่มาจากภูมิปัญญาญี่ปุ่นที่เรียกว่า โช ซูกิ บัน ซึ่งทำให้ไม้ทนทานขึ้น มีคุณสมบัติกันน้ำ ทนไฟ อีกทั้งยังเป็นการทำสีดึงลายไม้ไม้ให้เข้มขึ้นจนเกือบดำด้วยวิถีธรรมชาติด้วย

เราเดินชมที่ผืนนี้อย่างน้อยสิบครั้งหรือมากกว่านั้นก่อนที่จะสรุปโครงร่างอาคาร มาร์ตี้ บีล เจ้าของร่วมของ MDI กล่าว เมื่อพิจารณาจากสถานที่ตั้ง เราต้องการให้การออกแบบและสร้างคำนึงถึงมุมมอง การปกป้องบ้านจากแสงอาทิตย์ และการรักษาความอบอุ่น ความปลอดภัยจากอัคคีภัย

เป็นที่มาของการเลือกใช้วัสดุ ผนังหลายจุดใช้วัสดุเมทัลชีทที่จะช่วยให้บ้านมีความปลอดภัย ประกอบกับการจัดจังหวะและทิศทางการใส่ช่องเปิด โดยนักออกแบบมองว่าการจัดภูมิทัศน์บ้านจะช่วยสร้างพื้นที่ป้องกันเพื่อรองรับความปลอดภัยจากอัคคีภัยของโครงสร้างได้ในระดับหนึ่ง

สไตล์นอร์ดิกโทนสีขาว

บ้านแฝดกับทาวน์โฮม แตกต่างอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน

ถ้าเทียบบ้านแฝด กับทาวน์โฮมแบบมาตรฐาน เราคงตัดสินใจเลือกซื้อได้ไม่ยากนัก เพราะทั้ง 2 แบบมีลักษณะ และขนาดที่ต่างกันชัดเจน คือบ้านแฝดมีผนังติดกับเพื่อนบ้าน 1 ฝั่ง ได้พื้นที่ข้างบ้านอีก 1 ฝั่ง ส่วนทาวน์โฮมนั้นมีผนังติดกับเพื่อนบ้านทั้ง 2 ฝั่งจึงไม่มีพื้นที่ใช้สอยข้างตัวบ้าน

ความยากจะเกิดขึ้นเมื่อเจอกับทาวน์โฮมแปลงมุม ซึ่งมีแปลนคล้ายบ้านแฝดตรงที่ได้พื้นที่ใช้สอยข้างตัวบ้านเพิ่มจากทาวน์โฮมทั่วไป ทำให้หลายคนคิดหนักเลยทีเดียวว่าจะเลือกบ้านแฝด หรือ ทาวน์โฮมแปลงมุม ดังนั้นก่อนตัดสินใจ บ้านแฝด 

ความต่างของขนาดพื้นที่บ้าน

ทาวน์โฮมถูกกฎหมายกำหนดให้มีที่ดินทั้งแต่ 16 ตารางวา ขึ้นไป และมีหน้ากว้างไม่น้อยกว่า 4 เมตร ส่วนบ้านแฝดนั้นมีขนาดที่ดินเริ่มต้น 35 ตารางวาหน้ากว้างขั้นต่ำ 8 เมตร ความแตกต่างเรื่องขนาดของทาวน์โฮมแปลงมุมกับบ้านแฝดจึงค่อนข้างชัดเจน

สำหรับคนที่ซื้อบ้านอยู่คนเดียวหรืออยู่กับคู่รัก 2 คน ทาวน์โฮมแปลงมุมก็เพียงพอ แต่หากมีสมาชิกครอบครัวมากกว่านั้น หรือวางแผนมีลูกในอนาคต บ้านแฝดอาจ เป็นทางเลือกระยะยาวที่ดีกว่า แต่ปัจจุบันก็มีหลายโครงการที่สร้างบ้านทาวน์โฮม ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้นความคุ้มค่าของราคาจึง เป็นอีกสิ่งที่ต้องพิจารณาเปรียบเทียบกัน

ความต่างของสิ่งแวดล้อมนอกรั้วบ้าน

นอกรั้วด้านหนึ่งของทาวน์โฮมแปลงมุมจะเป็นถนน ขณะที่นอกรั้วทั้ง 2 ด้านของบ้านแฝดจะเป็นบ้านอีกหลัง ซึ่งก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป
สำหรับทาวน์โฮมแปลงมุม เมื่อฝั่งหนึ่งของบ้านไม่มีเพื่อนบ้านก็ทำให้ผู้อยู่ได้ความเป็นส่วนตัวและมีทัศนียภาพที่ปลอดโปร่งมากขึ้น นอกจากนั้นบ้านยังรับแสงได้ถึง 3 ฝั่งทั้งหน้า หลัง และข้างบ้าน ทำให้ภายในบ้านมีแสงธรรมชาติมากกว่าบ้านทาวน์โฮมแปลงอื่นๆ

แต่ในขณะเดียวกันทาวน์โฮมแปลงมุมก็อาจพบกับปัญหาที่มาพร้อมกับทางเท้าและถนนข้างบ้าน ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านที่ผ่านไปมาในช่วงเช้าและเย็น หรือหากมีรถมาจอดข้างรั้วบ้านก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามได้ เพราะนอกรั้วถือเป็นที่สาธารณะ ถ้าเกิดรถที่มาจอดติดเครื่องทิ้งไว้ก็อาจส่งกลิ่นไอเสียสร้างความรำคาญเข้ามาในบ้านได้

นอกจากนั้น การเป็นบ้านแปลงมุมยังเสี่ยงกับปัญหาน้ำรั่วซึมที่ผนังฝั่งติดถนน เพราะไม่มีบ้านหลังอื่นช่วยบังแดดฝน นานไปปูนอาจเสื่อมสภาพจนเกิดปัญหาในทางตรงกันข้าม บ้านแฝดจะมีบ้างอีกหลังอยู่ติดกัน แม้จะดูไม่เป็นส่วนตัวเท่ากับทาวน์โฮมแปลงมุมเพราะใช้รั้วร่วมกัน ทำให้ยังต้องลุ้นว่าจะเจอเพื่อนบ้านแบบไหน แต่ก็มีข้อดีตรงที่ข้างบ้านสามารถช่วยบังแดดและฝนให้บ้านเราได้

ที่สำคัญคือปัจจุบันบ้านแฝดหลายโครงการมีการออกแบบให้ใช้ผนังร่วมกับบ้านที่อยู่ติดกันเพียงแค่บางส่วน จึงมีพื้นที่รอบบ้านมากขึ้น และสามารถรับแสงธรรมชาติเข้าภายในบ้านได้มากที่สุดถึง 4 ทิศเลยทีเดียว

ข้อควรระวัง เมื่อสร้างบ้านสไตล์นอร์ดิก

1.บ้านนอร์ดิก กับปัญหาความร้อน
บ้านสไตล์นอร์ดิก ร้อนแน่บ้านแบบนี้นี่คือความคิดเห็น ที่เรามักพบได้เสมอเมื่อพูดถึงบ้านสไตล์นอร์ดิก ซึ่งต้องยอมรับว่าจริงบางส่วน เพราะด้วยหลังคาทรงจั่วแบบไร้ชายคา และการใช้กระจกเป็นองค์ประกอบ ของบ้านค่อนข้างมาก ย่อมส่งผลให้บ้านได้รับความร้อนเข้าสู่ภายในได้มากขึ้น แต่หากวางแผนงานให้ดีตั้งแต่ต้น ปัญหานี้ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการออกแบบ เช่น การเลือกทิศทางห้องแต่ละห้อง บ้านจัดสรรภูเก็ต ให้เหมาะกับทิศทางแสงแดด ห้องที่ไม่เน้นช่องเปิดมากให้ไว้ฝั่งทิศใต้ และทิศตะวันตก

ส่วนห้องที่มีช่องกระจกบานใหญ่เลือกไว้ในทางทิศเหนือ กรณีบ้านที่เลี่ยงทิศเปิดไม่ได้เพราะบังคับ ด้วยวิวหรือมุมหน้าบ้าน ให้ออกแบบอาคารลักษณะเว้าเข้าไป เพื่อให้จุดเว้าเป็นชายคาโดยอัตโนมัติ

2.บ้านนอร์ดิก ฝนสาด ผนังชื้น
เสน่ห์บ้านสไตล์นอร์ดิก คือเส้นสายของหลังคาแบบไร้ชายคา หากใส่กันสาดเข้าไปอาจทำให้เสน่ห์ของบ้านสไตล์นี้ลดลงไปได้ เจ้าของบ้านจึงต้องทำความเข้าใจ เพื่อออกแบบรับมือกับความชื้นบนผนัง และฝนสาดให้ได้ตั้งแต่ต้น เช่น จุดพักผ่อนสำคัญอย่างห้องนั่งเล่น ให้ออกแบบด้วยวิธีการร่นผนังเว้าเข้าไป เพื่อให้หลังคาทำหน้าที่เป็นกันสาดไปในตัว

ส่วนปัญหาฝนสาดบริเวณหน้าต่างฝั่งที่ไม่มีชายคา จำเป็นต้องเลือกบานหน้าต่างขอบอลูมิเนียมหรือไวนิล จะช่วยป้องกันน้ำซึมได้ดีกว่าวงกบไม้ ส่วนปัญหาผนังชื้นสามารถป้องกั ได้ด้วย การทาสีที่มีคุณสมบัติป้องกันความชื้น ป้องกันเชื้อรา

กรณีต้องการทำเฉลียงพักผ่อน ให้ออกแบบเฉลียงยื่นออกจากตัวบ้าน โดยเลือกใช้หลังคากล่องแบน จะช่วยให้ภาพรวมของบ้านดูเข้ากัน การมีเฉลียงจึงช่วยกันฝนสาด และกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้

บ้านสไตล์นอร์ดิกสวยหรู

3.หลังคารั่วซึม
บ้านสไตล์นอร์ดิก จะมีจั่วสูงแต่ก็อาจเกิดปัญหารั่วซึมบนหลังคาได้หากขาดการมุงหลังคาที่ดี การรับมือกับปัญหานี้สามารถทำได้ด้วย การการออกแบบความลาดเอียงของหลังคาให้เหมาะสมกับรุ่นวัสดุหลังคานั้น ๆ เช่น หลังคากระเบื้องแผ่นเรียบ SCG รองรับองศาความชันที่ 25 องศา แต่หากต้องการให้การระบายน้ำทำได้ดีขึ้น ควรออกแบบให้หลังคาชันมากขึ้นที่ 30-35 องศา จะช่วยลดปัญหารั่วซึมและปัญหาน้ำไหลย้อน

อีกจุดที่มักมีปัญหากับหลังคาจั่วคือ ปั้นลม ทำหน้าที่กันลมไม่ให้ปะทะกับกระเบื้องหลังคาโดยตรง และช่วยกันน้ำฝนไม่ให้เข้าอาคาร วัสดุที่นิยมนำมาใช้เป็นปั้นลม มีทั้งไม้จริง ไม้สังเคราะห์ ปั้นลม หรือที่นิยมมากในยุคปัจจุบันและดูเข้ากับบ้านสไตล์นอร์ดิก คือ การนำไม้มาประยุกต์ใช้ ทำให้ดูเสมือนบ้านโครงสร้างเหล็ก

ข้อดีของที่อยู่อาศัย บ้านสไตล์นอร์ดิก


1.ตกแต่งบ้านสไตล์นอร์ดิก
บ้านสไตล์นอร์ดิกเป็นรูปแบบการตกแต่งบ้าน ของชาวยุโรปเหนือที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความเรียบง่าย และในการตกแต่งล้วนก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้อยู่อาศัย ซึ่งการตกแต่งสไตล์นอร์ดิกได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติรอบตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสี แสง หรือแม้แต่วัสดุต่างๆ และหนึ่งในรูปแบบบ้านที่มีสไตล์นอร์ดิกชัดเจน และสวยงาม

2.ตกแต่งมุมนั่งเล่นให้ดูทันสมัย
การตกแต่งในปัจจุบันนี้จะเน้นผนังโทนสีอ่อน เฟอร์นิเจอร์จากไม้ มีช่องเปิดรับแสงธรรมชาติ สบายใจทั้งผู้อยู่และผู้มาเยือน phuket property

3.มุมรับประทานอาหารกับโทนแสงอบอุ่น
บ้านสไตล์ นอร์ดิก โต๊ะอาหารเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของบ้านเช่นกัน เพราะพื้นที่นี้จะเป็นจุดที่สมาชิกในครอบครัวมารวมตัวและใช้เวลาด้วยกันในแต่ละวัน ดังนั้นการตกแต่งจะเน้นแสงของไฟที่ให้ความอบอุ่น หรืออาจจะจัดมุมนี้ติดกับหน้าต่างที่มีแสงสาดเข้ามาก็ได้เช่นกัน

4.ห้องน้ำแบบเรียบง่าย สะดวกทุกการใช้งาน
ห้องน้ำสไตล์นอร์ดิกส่วนใหญ่จะตกแต่งให้ด้วย สีเอิร์ธโทนสไตล์ธรรมชาติ เน้นความเรียบง่าย เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานมากกว่า เพราะการตกแต่งบ้านสไตล์นอร์ดิกนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือประโยชน์ที่ผู้อยู่อาศัยจะได้รับ

5.ห้องนอนใต้หลังคา เอกลักษณ์ของบ้านสไตล์นอร์ดิก
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดสำหรับห้องนอนสไตล์นอร์ดิกเลยก็ คือห้องใต้หลังคาแบบ เพดานสูงส่วนการตกแต่งยังคงเป็น การเน้นที่โทนสีเอิร์ธโทนเป็นหลักครับ เพราะสีขาว เทา และน้ำตาล คือสีที่เป็นพื้นฐานของความเป็นธรรมชาติ ดังนั้นห้องนอนสไตล์นอร์ดิก จะมอบความสุขสบายให้แก่ผู้อาศัยในยามหลับไหลได้เป็นอย่างดี